กปภ. ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งทั้ง 234 สาขาทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด (การประปาส่วนภูมิภาค)

Accessibility

Contact Menu

ความตัดกันของสี

กปภ. ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งทั้ง 234 สาขาทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด


กปภ. ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งทั้ง 234 สาขาทั่วประเทศอย่างใกล้ชิด

          การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งทั้ง 234 สาขา ในพื้นที่รับผิดชอบ 74 จังหวัดทั่วประเทศ ยกเว้น กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการ เตรียมพร้อมแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการน้ำให้มีใช้ตลอดช่วงแล้งนี้ โดยประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุดและให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง

          ดร.นพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เปิดเผยว่า แหล่งน้ำดิบของ กปภ. ส่วนใหญ่อาศัยแหล่งน้ำดิบบนพื้นผิวดินตามธรรมชาติ ซึ่งมีจำนวนมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝน กปภ. จึงได้วางแผนเตรียมความพร้อมโดยจัดหาแหล่งน้ำดิบสำรองนอกจากแหล่งน้ำดิบหลักไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำสำหรับใช้อุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้งและภาวะฝนทิ้งช่วงทำให้ไม่มีน้ำฝนเข้ามาเติมในแหล่งน้ำตามธรรมชาติ ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด กปภ.สาขาที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ ได้แก่ กปภ.สาขาชลบุรี แหลมฉบัง ศรีราชา พัทยา จังหวัดชลบุรี สาขาพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี สาขาด่านขุนทด พิมาย จังหวัดนครราชสีมา สาขาภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต สาขาชุมแพ จังหวัดขอนแก่น สาขาบุรีรัมย์ นางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ และ กปภ.สาขาที่ต้องเฝ้าระวังความเค็ม ได้แก่ กปภ.สาขาฉะเชิงเทรา บางปะกง บางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา และ กปภ.สาขาปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ซึ่งขณะนี้ กปภ.สาขาข้างต้นได้เตรียมความพร้อมรับมือทั้งด้านบุคลากร เครื่องมืออุปกรณ์ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งไว้แล้ว  

          ดร.นพรัตน์ เมธาวีกุลชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า กปภ. ต้องขอความร่วมมือประหยัดน้ำให้ประชาชนใช้น้ำประปาอย่างประหยัด รวมทั้งตรวจสอบระบบท่อประปาภายในบ้านมิให้มีการรั่วไหล หากประชาชนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาด หรือพบเห็นท่อประปาแตกรั่ว กรุณาแจ้งที่ กปภ.สาขาที่ใช้บริการ หรือ PWA Contact Center 1662

เลื่อนขึ้นข้างบน