กปภ.เดินหน้าแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำที่ จ.ภูเก็ต (การประปาส่วนภูมิภาค)

Accessibility

Contact Menu

ความตัดกันของสี

กปภ.เดินหน้าแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำที่ จ.ภูเก็ต


กปภ.เดินหน้าแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำที่ จ.ภูเก็ต

     การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) เผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำประปาในพื้นที่ จ.ภูเก็ตอย่างยั่งยืน ล่าสุด คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ศึกษาความเหมาะสมของโครงการจัดหาแหล่งน้ำดิบเพื่อวางท่อส่งน้ำดิบไปยังเกาะภูเก็ต ในวงเงิน 32 ล้านบาท                                       นายชวลิต สารันต์ ผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ ที่ กปภ.ต้องเฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษในเรื่องการขาดแคลนน้ำเพื่อการผลิตเป็นน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นเกาะทำให้มีน้ำดิบ (น้ำจืด) จำกัด ทั้งนี้ กปภ.ต้องวางแผนให้สอดรับกับการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจการท่องเที่ยว เพื่อมิให้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อประชาชน นักท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ ล่าสุด กปภ.ได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน ด้วยการติดตั้งระบบผลิตน้ำประปาจากน้ำทะเลหรือระบบ R.O. คาดว่าจะสามารถบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำดิบในพื้นที่ถึงปี 2553         สำหรับการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เพื่อรองรับความต้องการน้ำที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยปีละ 10% ขณะนี้ กปภ.มีแผนโครงการวางท่อส่งน้ำดิบความยาว 185 กิโลเมตรจากเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ไปยังเกาะภูเก็ต ทั้งนี้ เมื่อโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ นอกจากจังหวัดภูเก็ตจะไม่มีปัญหาขาดแคลนน้ำดิบในระยะยาวอีกแล้ว จังหวัดพังงา และ จังหวัดกระบี่ ก็จะไม่มีความเสี่ยงจากปัญหาการขาดแคลนน้ำในระยะยาวอีกด้วย ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2550 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติโครงการลงทุนระบบประปาเพื่อสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาล โดยเห็นชอบในหลักการให้ กปภ.ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมของโครงการดังกล่าว รวมทั้งศึกษาทางเลือกอื่นๆ นอกเหนือจากการศึกษาการวางท่อส่งน้ำดิบจากเขื่อนรัชชประภาด้วย ในวงเงินงบประมาณ 32 ล้านบาท โดยใช้เงินรายได้ของ กปภ.                                                           นายชวลิต  สารันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการก่อสร้างและพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง อาทิ เกาะสมุย เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี และ เกาะพีพี จ.กระบี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของประเทศด้วยนั้น คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ กปภ.นำเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาต่อไป

เลื่อนขึ้นข้างบน