การปรับค่าใช้น้ำประปาขั้นต่ำหรือค่าใช้น้ำพื้นฐาน (การประปาส่วนภูมิภาค)

Accessibility

Contact Menu

ความตัดกันของสี

การปรับค่าใช้น้ำประปาขั้นต่ำหรือค่าใช้น้ำพื้นฐาน


การปรับค่าใช้น้ำประปาขั้นต่ำหรือค่าใช้น้ำพื้นฐาน

ข่าวประชาสัมพันธ์
เรื่อง การปรับค่าใช้น้ำประปาขั้นต่ำหรือค่าใช้น้ำพื้นฐาน
********************************************************


         การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับค่าใช้น้ำประปาขั้นต่ำหรือค่าใช้น้ำพื้นฐานตั้งแต่ใบเสร็จค่าน้ำประปาประจำเดือนกรกฎาคม 2548 เป็นต้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงขอเรียนเหตุผลให้ทราบทั่วกันโดยลำดับเหตุการณ์ ดังนี้

เดิม     ในประเทศไทยและต่างประเทศนั้น การให้บริการสาธารณะบางประเภทที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีและเงินทุนสูง ตลอดจนต้องมีการบำรุงรักษาระยะยาว รัฐบาลมีทางออกเพื่อประกันความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่าการลงทุนต่อเนื่องจะไม่หยุดชะงัก โดยมีการกำหนดค่าใช้ขั้นต่ำหรือค่าใช้พื้นฐาน เช่น การใช้น้ำประปาที่ต้องมีค่าใช้น้ำขั้นต่ำหรือค่าใช้น้ำพื้นฐาน

    สำหรับที่มาของการคำนวณค่าใช้น้ำขั้นต่ำหรือค่าใช้น้ำพื้นฐานตั้งแต่ปี 2541 นั้น กปภ. มีการคำนวณโดยใช้ฐานข้อมูลทางวิชาการที่อิงความจำเป็นขั้นพื้นฐานของมนุษย์ในเรื่องน้ำกินน้ำใช้ครัวเรือนละ 7.5 ลบ.ม.ต่อเดือน ซึ่งเมื่อคำนวณค่าใช้จ่าย ลบ.ม.ละ 7.75 บาท (ราคาน้ำขั้นต่ำสุดเพื่อสงเคราะห์กลุ่มที่อยู่อาศัย) คิดเป็นเงินค่าน้ำเดือนละ 58.13 บาท แต่ กปภ. เรียกเก็บเพียงเดือนละ 30 บาทเท่านั้น

         ทั้งนี้ ปริมาณน้ำขั้นต่ำครัวเรือนละ 7.5 ลบ.ม.ต่อเดือนนี้ เป็นปริมาณที่ผู้ใช้น้ำทั่วไปมีการใช้เกินอยู่แล้ว ยกเว้นผู้ใช้น้ำที่ติดตั้งมาตรวัดน้ำแล้ว แต่ไม่ใช้น้ำประปาหรือใช้น้อยผิดปกติ ซึ่งสำนักงานประปาแต่ละแห่งจะมีเพียงไม่กี่รายเท่านั้น

ใหม่     1.  สถานการณ์ปัจจุบัน การลงทุนก่อสร้างระบบผลิตน้ำสะอาดและส่งจ่ายน้ำด้วยระบบท่อ เพื่อส่งผลลัพธ์ให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายนั้น กปภ. ต้องลงทุนเชื่อมโยงความสะดวกสบายและความต่อเนื่องเหล่านั้นในราคาต้นทุนที่สูงขึ้นทุกปี อันเป็นผลกระทบจากค่าสารเคมีและค่าพลังงานที่สูงขึ้นตลอดมา ประกอบกับปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาระบบนิเวศซึ่งทำให้น้ำดิบมีคุณภาพด้อยลงนั้น กปภ. ได้รับผลกระทบให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการพัฒนาน้ำดิบ ตลอดจนการบำรุงรักษาระบบประปาเพื่อประคับประคองให้ประชาชนได้บริโภคอุปโภคน้ำสะอาดที่ส่งตรงถึงบ้าน ทั้งนี้ เนื่องจาก กปภ. ไม่สามารถลดคุณภาพน้ำประปาเพราะจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของลูกค้าได้
    2. คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2547 กำหนดให้มีการจัดหาน้ำสะอาดให้แก่ประชาชนอย่างพอเพียงกับความจำเป็นขั้นพื้นฐานของมนุษย์ คือ น้ำกินและน้ำใช้ 50 ลิตรต่อคนต่อวัน ดังนั้น โดยมาตรฐานทั่วไปซึ่งครัวเรือนหนึ่งมีสมาชิก 5 คน จึงมีความต้องการใช้น้ำประมาณวันละ 250 ลิตรต่อวัน หรือประมาณ 7,500 ลิตรต่อเดือน หรือ 7.5 ลบ.ม.ต่อเดือน

         ดังนั้น เนื่องจากตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา  กปภ. ได้รับใช้ประชาชนโดยไม่เคยปรับค่าใช้น้ำขั้นต่ำหรือค่าใช้น้ำพื้นฐานเลย ในการนี้ คณะกรรมการ กปภ. ได้ตระหนักถึงความจำเป็นอย่างยิ่งของ กปภ. จึงมีมติให้ กปภ. ปรับค่าใช้น้ำขั้นต่ำหรือค่าใช้น้ำพื้นฐาน โดยยังคงคำนวณค่าใช้น้ำขั้นต่ำซึ่งอิงราคาขั้นต่ำสุดเพื่อสงเคราะห์ผู้ใช้น้ำกลุ่มที่อยู่อาศัย คือ ลบ.ม.ละ 7.75 บาท คิดเป็นเงินค่าใช้น้ำขั้นต่ำเดือนละ 58.13 บาทต่อครัวเรือน แต่ กปภ. เรียกเก็บจากลูกค้ากลุ่มที่อยู่อาศัยเพียง 50 บาท (ปรับขึ้น 20 บาท) สำหรับผู้ใช้น้ำประเภทราชการ-ธุรกิจขนาดเล็ก และประเภทรัฐวิสาหกิจ อุตสาหกรรม และธุรกิจขนาดใหญ่ที่ใช้มาตรวัดน้ำขนาดใหญ่ขึ้น มีการปรับค่าใช้น้ำขั้นต่ำเป็นเดือนละ 100 บาท และ 200 บาท ตามลำดับ

         ทั้งนี้ การปรับค่าใช้น้ำขั้นต่ำหรือค่าใช้น้ำพื้นฐานครั้งนี้ จะมีผลกระทบเฉพาะครัวเรือนที่ติดตั้งมาตรวัดน้ำแล้ว แต่ไม่ใช้น้ำประปาหรือใช้น้อยกว่าความจำเป็นขั้นพื้นฐานตามที่รัฐบาลกำหนด สำหรับครัวเรือนที่ใช้น้ำตามปกติจะไม่ได้รับผลกระทบจากการกำหนดค่าใช้น้ำขั้นต่ำดังกล่าวแต่อย่างใด เนื่องจากมีการใช้น้ำเกินขั้นต่ำอยู่แล้ว

         ด้วยเหตุผลและความจำเป็นข้างต้น กปภ. จึงขอความเห็นใจจากลูกค้าเกี่ยวกับการปรับค่าใช้น้ำขั้นต่ำหรือค่าใช้น้ำพื้นฐานครั้งนี้ โดยขอยืนยันว่า ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลให้ กปภ. มีความมั่นใจต่อการลงทุนต่อเนื่องต่อไป รวมทั้งจะมีผลให้ กปภ. สามารถเชื่อมโยงความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าและสังคมได้ต่อไป ตลอดจนจะมีผลให้ กปภ. สามารถพัฒนาคุณภาพน้ำและควบคุมคุณภาพบริการให้ดีต่อไป

กองประชาสัมพันธ์
7 กรกฎาคม 2548


เลื่อนขึ้นข้างบน