บริษัท ประปาปทุมธานี จำกัด (การประปาส่วนภูมิภาค)

Accessibility

Contact Menu

บริษัท ประปาปทุมธานี จำกัด

บริษัท ประปาปทุมธานี จำกัด

การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.)ได้ทำสัญญาให้สิทธิดำเนินการผลิตและจ่ายน้ำประปาโครงการเอกชนร่วมลงทุนปรับปรุงขยายการประปาปทุมธานีรังสิต กับ บริษัทประปาปทุมธานี จำกัด ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535
บริษัท ประปาปทุมธานี จำกัด ผู้รับสิทธิฯ ได้ดำเนินการก่อสร้างระบบผลิต ระบบจ่ายน้ำมาเป็นลำดับจนแล้วเสร็จตามแผนงานก่อสร้างระยะที่ 1 บริษัทฯ สามารถผลิตจำหน่ายน้ำประปาให้ กปภ. โดยเริ่มประกอบกิจการได้จริง ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2541 เป็นต้นไป กปภ. และบริษัทฯ มีหน้าที่ต้องปฎิบัติตามสัญญาให้สิทธิฯ ตลอดอายุสัญญาฯ จึงขอสรุปเงื่อนไขสัญญาให้สิทธิฯ ที่เป็นสาระสำคัญ ผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรค และแนวทางการแก้ไข ดังต่อไปนี้

  1. เงื่อนไขสัญญาให้สิทธิฯ
    1. กปภ. ลงนามในสัญญาร่วมทุนในรูปแบบ BOT กับบริษัทฯ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2538 สัญญาร่วมทุนมีกำหนดระยะเวลา 25 ปี นับแต่วันเริ่มดำเนินการจ่ายน้ำประปา (ภายในเวลา 37 เดือน นับจากวันลงนามในสัญญา) โดยบริษัทฯ ลงทุนก่อสร้างระบบผลิตทั้งหมดและลงทุนก่อสร้างระบบจำหน่ายน้ำประปาบางส่วนภายในวงเงินประมาณ 800 ล้านบาท + 3,500 ล้านบาท
    2. กปภ. ให้สิทธิฯ บริษัทฯ ผลิต - จำหน่าย น้ำประปาในเขตปทุมธานีและรังสิตแต่เพียงผู้เดียว ตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการไปจนตลอดระยะเวลาของสัญญานี้ การจำหน่ายน้ำประปาต้องไม่เกินจำนวน 288,000 ลบ.ม./วัน
    3. ณ วันเริ่มประกอบกิจการ ผู้รับสิทธิฯ จะโอนกรรมสิทธิ์ในระบบจ่ายน้ำประปาให้แก่ประชาชน (วงเงินประมาณ 800 ล้านบาท) ให้เป็นของการประปา
    4. บริษัทฯ ขายส่งน้ำประปาให้แก่ กปภ. กำหนดเป็นปริมาณขั้นต่ำที่ต้องซื้อในวันเริ่มประกอบกิจการเท่ากับ 140,000 ลบ.ม./วัน ปริมาณขั้นต่ำที่ต้องซื้อจะวัดเป็นปริมาณลบ.ม./วัน ปริมาณขั้นต่ำที่ต้องซื้อในปีต่อไป กปภ. ต้องบอกกล่าวถึงบริษัทฯ ก่อนครบกำหนด 15 วัน ของเวลาสิ้นสุดของแต่ละปริมาณน้ำขั้นต่ำที่ กปภ. แจ้งบริษัทฯ มีผลบังคับกับ กปภ. เป็นเวลา 12 เดือน นับจากวันสิ้นสุดของแต่ละปี
    5. การวัดปริมาณซื้อขายน้ำประปาจะกระทำที่มาตรวัดน้ำหลัก (MASTERMETER) ที่ติดตั้งที่สถานีจ่ายน้ำ 3 แห่ง ของบริษัทฯ 1.ณ สถานีจ่ายน้ำ ปทุมธานี 2. สถานี จ่ายน้ำบริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ 3. สถานีจ่ายน้ำรังสิต โดยติดตั้งมาตรวัดน้ำหลัก สถานีจ่ายน้ำแห่งละ 2 เครื่อง วิธีการอ่านมาตรใช้ค่าเฉลี่ยของผลจากการอ่านมาตรวัดน้ำ 2 เครื่องในเวลาเดียวกัน
    6. ค่าน้ำประปานับจากวันเริ่มประกอบกิจการ กปภ. ต้องชำระค่าน้ำประปาให้แก่ผู้รับสิทธิฯ ในอัตรา 7.89 บาท (เจ็ดบาทแปดสิบเก้าสตางค์) ต่อลบ.ม. (ไม่รวมภาษี) สำหรับน้ำที่ได้ส่งมอบในระหว่างเดือนนั้น
      ค่าน้ำประปาจะมีการปรับราคาทุกวันที่ 1 มกราคม ของแต่ละปีตามสูตรการคำนวณ
      ในกรณีที่วันเริ่มประกอบกิจการเกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2541 บริษัทฯ จะปรับราคาค่าน้ำประปาครั้งแรกในวันที่ 1 มกราคม 2542
    7. การชำระค่าน้ำประปา บริษัทฯ ขายส่งน้ำประปาให้ กปภ. ตามสัญญาขั้นต่ำ (ปริมาณขั้นต่ำจะเปลี่ยนแปลงไปตามคำบอกกล่าวของ กปภ. แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 140,000 ลบ.ม./วัน) ทุกระยะ 12 เดือน บริษัทจะทำการเฉลี่ยปริมาณน้ำประปาที่บริษัทฯ จัดส่งให้ กปภ. หากปรากฎว่ามูลค่าเฉลี่ยของประปาต่ำกว่าปริมาณขั้นต่ำที่กปภ. ต้องชำระเงินเพิ่มให้บริษัทฯ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับใบแจ้งหนี้
    8. วิธีการระงับข้อพิพาท คู่สัญญาต้องพยายามเจรจาตกลงกันในทันที เพื่อแก้ไขข้อพิพาทหรือข้อเรียกร้องที่เกิดขึ้นเกี่ยวเนื่องกับสัญญานี้ ให้เรียบร้อยภายใน 30 วันโดยผู้บริหารระดับสูงของคู่สัญญาแต่ละฝ่าย ถ้าข้อพิพาทหรือข้อเรียกร้องไม่อาจตกลงกันได้ภายในเวลา 30 วัน ข้อพิพาทนั้นจะถูกนำสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ
    9. เอกสารแนบท้ายสัญญาในภาคผนวก (13 รายการ) ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา ในกรณีที่มีการขัดแย้งกันระหว่างสัญญาและเอกสารแนบท้ายสัญญาให้นำข้อกำหนดในสัญญานี้มาใช้บังคับ
    10. กปภ. แจ้งปริมาณน้ำขั้นต่ำที่ต้องซื้อ ปี 2542
      คณะกรรมการ กปภ. มีมติ เมื่อคราวประชุมครั้งที่ 7/2540 วันที่ 24 กรกฎาคม 2540 อนุมัติให้ กปภ. ทำหนังสือแจ้งความประสงค์ซื้อน้ำประปา ขั้นต่ำ ณ เดือนตุลาคม 2541 ไปยัง บริษัท ประปาปทุมธานี จำกัด ที่จำนวน 220,000 ลบ.ม./วัน กับปริมาณสำรอง 30%
      กปภ. ได้มีหนังสือบอกกล่าวถึง บริษัท ประปาปทุมธานี จำกัด ตามหนังสือที่ มท 57551-03/5295 ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2540 โดยแจ้งปริมาณขั้นต่ำที่ต้องซื้อ นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2542 เป็นจำนวน 220,000 ลบ.ม./วัน แต่ทั้งนี้ ปริมาณขั้นต่ำ 220,000 ลบ.ม./วัน จะมีผลบังคับต่อเมื่อเงื่อนไขต่อไปนี้ สำเร็จครบบริบูรณ์แล้ว คือ
      1. ก. บริษัทฯ และการประปาได้ทำการก่อสร้างระบบจ่ายน้ำประปาให้แก่ประชาชนเสร็จเรียบร้อยเพียงพอที่จะรับน้ำได้ จำนวน 220,000 ลบ.ม./วัน
      2. ข. บริษัทฯ ได้ก่อสร้างระบบผลิตน้ำประปาที่มีขนาดผลิตน้ำประปาไม่น้อยกว่าปริมาณขั้นต่ำที่ต้องซื้อ กับปริมาณสำรอง 30% ตามสัญญาเสร็จเรียบร้อยแล้ว
      3. ค. กรมทรัพยากรธรณี ได้ดำเนินการระงับหรือไม่ต่อใบอนุญาตสูบน้ำบาดาล ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีในบริเวณที่ กปภ. สามารถจ่ายน้ำประปาให้ได้หมดสิ้น จนความต้องการน้ำประปาจาก กปภ. มีถึงปริมาณ 220,000 ลบ.ม./วัน ทั้งนี้ กปภ. จะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุด เพื่อให้ปิดบ่อบาดาลดังกล่าว
  2. ผลการดำเนินการ
    1. ความสำเร็จในด้านผลผลิตและผลลัพธ์
      วัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อแก้ปัญหาและสนองความต้องการของประชาชน บริษัทฯ ได้ก่อสร้างระบบผลิตน้ำประปาที่ทันสมัย ผลิตน้ำประปาได้มาตรฐานน้ำดื่มส่งให้ กปภ. เพื่อจำหน่ายให้ประชาชนที่ปริมาณ 140,000 - 288,000 ลบ.ม./วัน ภายในกำหนดระยะเวลาของสัญญา จากผลการสำรวจทัศนคติของประชาชนผู้ใช้น้ำประปาในพื้นที่เป้าหมาย ปรากฎว่าประชาชนมีความพึงพอใจกับคุณภาพน้ำ ปริมาณและระดับแรงดันของน้ำ
      กล่าวโดยสรุปได้ว่า โครงการนี้ได้แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำและสนองตอบความต้องการของประชาชน
    2. ความสำเร็จในด้านผลรวมของโครงการที่ก่อให้เกิดการพัฒนาประเทศ และการรักษาความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติในทิศทางที่ยั่งยืน เนื่องจาก กลุ่มเป้าหมาย คือภาคอุตสาหกรรมปฎิเสธไม่ใช้น้ำประปา โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่ กปภ. ได้วางท่อประปาผ่านโรงงานแล้วสามารถให้บริการได้อย่างเพียงพอ กลุ่มอุตสาหกรรมยังคงใช้น้ำจากแหล่งน้ำใต้ดิน สาเหตุเนื่องจากกรมทรัพยากรธรณีไม่ดำเนินการสั่งให้ยกเลิก/ปิดบ่อบาดาล ทำให้การแก้ปัญหาวิกฤตการณ์แผ่นดินทรุดในจังหวัดปทุมธานี อันเนื่องจากการใช้น้ำใต้ดินมากเกินไป ซึ่งยังมิได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมในภาพรวม
  3. ปัญหาอุปสรรค
    1. กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไม่ใช้น้ำประปา
      โครงการเอกชนร่วมลงทุนปรับปรุงขยายการประปาปทุมธานี-รังสิต ได้ออกแบบก่อสร้างแนวท่อระบบจ่ายน้ำให้บริการประชาชน และกลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรมให้มากที่สุด เพื่อให้สามารถบริการน้ำประปาได้อย่างเพียงพอ โครงการดังกล่าวสืบเนื่องจากมติ ครม. เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2538 เหตุผลเพื่อลดการใช้น้ำจาก แหล่งน้ำใต้ดินหรือปิดบ่อบาดาล และเพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมในเขตพื้นที่จังหวัดปทุมธานี
      กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ตามแนวเส้นท่อที่ กปภ. สามารถให้บริการน้ำประปาได้ จำนวน 59 ราย
      • ขอใช้น้ำประปา และ กปภ. ติดตั้งต่อท่อแล้วเสร็จ จำนวน 23 ราย
      • ขอใช้น้ำประปา กปภ. แจ้งราคาค่าติดตั้งแล้ว ยังไม่ชำระเงินค่าติดตั้ง จำนวน 36 ราย
      • ปริมาณความต้องการใช้น้ำของกลุ่มผู้ประกอบอุตสาหกรรม มีความต้องการใช้น้ำ ประมาณ 66,055 ลบ.ม./วัน
      ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมที่ กปภ. ติดตั้งต่อท่อให้แล้วใช้น้ำประปาเพียงเล็กน้อยบางรายไม่ใช้น้ำประปา เช่น บริษัท บุญรอด บริวเบอรรี่ จำกัด เป็นต้น
      ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ยังคงใช้น้ำใต้ดินจากบ่อบาดาลที่ได้รับอนุญาตจากกรมทรัพยากรธรณี เป็นผลให้ กปภ. จำหน่ายน้ำประปาได้ประมาณ 90,000 - 100,000ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำที่ กปภ. เตรียมสำรองไว้ให้เพื่อกิจการอุตสาหกรรมประมาณ 40,000 - 50,000 ลบ.ม./วัน ไม่สามารถจำหน่ายได้ กปภ. ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายค่าน้ำประปาให้บริษัทฯ ตามเงื่อนไขปริมาณขั้นต่ำ คาดว่าผลประกอบการในปี พ.ศ. 2542 การประปาปทุมธานี - รังสิต จะขาดทุน ตามผลการวิเคราะห์และเงื่อนไขดังนี้
      กรณีที่ 1 ปริมาณน้ำสูญเสียที่ 47.30% ขาดทุนประมาณ 273.9 ล้านบาท
      กรณีที่ 2 ปริมาณน้ำสูญเสียที่ 40% ขาดทุนประมาณ 246.8 ล้านบาท
    2. การบังคับใช้ พ.ร.บ. น้ำบาดาล พ.ศ. 2520 และ พ.ร.บ. น้ำบาดาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535
      การเจาะน้ำบาดาลและการใช้น้ำบาดาลได้กระทำกับอย่างกว้างขวางโดยไม่มีการควบคุมให้เป็นไปตามหลักวิชาการ จนปรากฎว่า แหล่งน้ำบาดาลบางแหล่งเกิดขาดแคลนเสียหาย และอาจเกิดความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ หรือทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ รัฐจีงได้ตรา พ.ร.บ. น้ำบาดาล พ.ศ. 2520 ปรากฎต่อมาว่าการบังคับใช้กฎหมายฉบับดังกล่าวยังไม่อาจควบคุมการใช้น้ำบาดาลได้เกิดปัญหาวิกฤตการณ์น้ำบาดาล และเป็นปัญหาแผ่นดินทรุด รัฐจีงได้ตรา พ.ร.บ.น้ำบาดาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถป้องกัน และ แก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ ฯลฯ
      กปภ. ได้ขอความร่วมมือจากกรมทรัพยากรธรณีขอให้ยกเลิกการอนุญาตใช้น้ำบาดาลในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีมาเป็นลำดับ ดังนี้
      ตามหนังสือ กปภ. ที่ มท 57551/3903 ลงวันที่ 17 กันยายน 2540 เรื่อง ขอให้ยกเลิกใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลในจังหวัดปทุมธานีและต่อมา กปภ. ได้มีหนังสือขอความร่วมมือถึงกรมทรัพยากรธรณี รวม 4 ฉบับ คือ ฉบับลงวันที่ 25 สิงหาคม 2541 , ลงวันที่ 18 กันยายน 2541 ฉบับลงวันที่ 14 ตุลาคม 2541 และฉบับลงวันที่ 30 ธันวาคม 2541
      กรมทรัพยากรธรณี ยังมิได้มีคำสั่งการให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ลด/เลิกใช้น้ำใต้ดินหรือสั่งเพิกถอนใบอนุญาตการใช้น้ำบาดาลแต่อย่างใด
      - รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายพินิจ จารุสมบัติ) ได้มีหนังสือ ที่ มท 0100.5/16 ลงวันที่ 20 มกราคม 2542 นำเรียน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (นายปรีชา เลาหพงษ์ชนะ) เรื่อง ขอให้พิจารณายกเลิกการอนุญาตใช้น้ำบาดาลในเขตจังหวัดปทุมธานี
      มาตรการตรวจสอบควบคุมการใช้น้ำบาดาลของกรมทรัพยากรธรณี โดยเฉพาะในเขตวิกฤติการณ์น้ำบาดาลจังหวัดปทุมธานี ยังมิได้คำนึงถึงดำเนินการ อย่างเข้มงวด จริงจัง กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมยังคงใช้น้ำใต้ดินจากบ่อบาดาล โดยมิได้คำนึงถึงเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นทรัพยากรของประชาชนทุกคน ถือได้ว่า เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและมติคณะรัฐมนตรี เป็นปัญหาที่ควรได้รับการพิจารณาแก้ไข
    3. การก่อสร้างวางท่อระบบจ่ายน้ำ
      ตามสัญญาให้สิทธิฯ บริษัท ประปาปทุมธานี จำกัด จะต้องลงทุนก่อสร้างระบบท่อจ่ายน้ำสำหรับประชาชน (LDN) บางส่วน ภายในวงเงินประมาณ 800 ล้านบาท ซึ่ง กปภ. ได้แจ้งบริษัทฯ ให้วางท่อ จำนวน 17 เส้นทาง(ROUTE) ประกอบด้วย เส้นทางที่ 2,3,4,5,6,7,36,37,38,46,10a,16,16b,39,40 และ 50
      บริษัทฯ แจ้ง กปภ. ว่า งบประมาณวางท่อจ่ายน้ำสำหรับประชาชนในวงเงิน 800 ล้านบาท บริษัทฯ สามารถดำเนินการได้เพียง 7 เส้นทาง คือ เส้นทางที่ 2,3,4,56,46 (โครงการระยะ 1) และเส้นทางที่ 9 (โครงการระยะ 2)
      งานวางท่อจ่ายน้ำประปายังไม่เป็นที่ยอมรับในเรื่องของราคา ของทั้ง 2 ฝ่าย ราคาค่างานของบริษัทฯ สูงกว่าราคาของ กปภ. มาก กปภ. ได้มอบให้ผู้แทนร่วมประชุมหารือกับบริษัทฯ ตรวจสอบราคาค่างานเพื่อหาข้อยุติ หากผลการประชุมหารือยังตกลงกันไม่ได้ อาจทำให้บริษัทฯ ลงทุนในส่วนของ ระบบจ่ายน้ำไม่ครบวงเงินประมาณ 800 ล้านบาท ตามสัญญาให้สิทธิฯ
      การวางท่อไม่ครบตามโครงการที่ กปภ. กำหนด ทำให้สำนักงานประปารังสิตไม่สามารถจ่ายน้ำประปาได้อย่างทั่วถึง ผู้ใช้น้ำในบางพื้นที่ ยังคงต้องใช้น้ำจากแหล่งน้ำใต้ดิน จากบ่อบาดาลของสำนักงานประปารังสิต กปภ. จะเร่งแก้ไขโดยวางท่อเพิ่มเติม โดยใช้งบประมาณของ กปภ. ในปี ต่อ ๆไป เพื่อยกเลิกการใช้น้ำจากแหล่งน้ำใต้ดินทั้งหมด ซึ่ง กปภ. ได้งบประมาณเพิ่มเติม จำนวน 420 ล้านบาท เพื่อดำเนินการ ขณะนี้อยู่ในระหว่างขั้นตอนการ ประกวดราคา
    4. ปริมาณน้ำสูญเสีย
      ปริมาณน้ำสูญเสียของสำนักงานประปาปทุมธานี - รังสิต ค่าเฉลี่ยอัตราน้ำสูญเสียสูงมาก สาเหตุสำคัญ เนื่องจากระบบท่อจ่ายน้ำเดิมเสื่อม คุณภาพ หมดอายุการใช้งาน ท่อจ่ายน้ำส่วนใหญ่ กปภ. รับโอนจากโครงการหมู่บ้านจัดสรร จากหน่วยงานในท้องถิ่น ท่อเดิมไม่สามารถรับแรงดันน้ำที่เพิ่มขึ้น เมื่อรับน้ำจากบริษัทฯ ท่อแตกชำรุดทำให้น้ำสูญหายเป็นจำนวนมาก
      สำนักงานประปาปทุมธานี - รังสิต ได้เร่งรัดจัดซ่อมท่อแตกท่อรั่ว เร่งรัดจัดซ่อม - เปลี่ยนมาตรวัดน้ำ และปรับปรุงวางท่อทดแทนท่อเดิมที่ชำรุด ตามความจำเป็นเร่งด่วน กปภ. จัดสรรงบประมาณให้เท่าที่สามารถจะให้การสนับสนุนได้
      ปริมาณน้ำสูญเสียอยู่ในเกณฑ์สูงมาก จำเป็นต้องแก้ไขปัญหาการสูญหายของน้ำประปาให้ลดลงอยู่ในระดับไม่เกิน 25% กปภ. ซึ่ง กปภ. กำลังดำเนินการจ้างบริษัทให้มาบริหารจัดการลดน้ำสูญเสียให้เหลือ 25% ในเวลา 5 ปี ในวงเงินประมาณ 975 ล้านบาท
  4. แนวทางการแก้ไข
    1. การดำเนินการด้านการตลาดกลุ่มอุตสาหกรรม
      กปภ. ได้ดำเนินงานด้านการตลาดถึงกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีมาเป็นลำดับ กปภ. ได้จัดทีมงานการตลาด เดินทางไปพบ ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เชิญชวนขอให้ใช้น้ำประปาทดแทนน้ำจากบ่อบาดาล พร้อมทั้งได้ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามประกาศของกรมทรัพยากรธรณี สรุปรายละเอียดได้ดังนี้
      • การประชาสัมพันธ์ก่อนเปิดโครงการ
        กปภ. ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ ก่อนเปิดโครงการรับน้ำจาก บริษัทประปาปทุมธานี จำกัด เสนอข่าวผ่านสื่อมวลชน ประสานประชาสัมพันธ์จังหวัด เดินทางไปพบประชาชน (ตามแนวท่อจ่ายน้ำประปา และใกล้เคียง) แจกเอกสารแผ่นปลิว สำรวจความต้องการใช้น้ำ,ชี้แจงราคาน้ำประปา,ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งรวมทั้งปัญหาและข้อเสนอแนะ
      • การเชิญชวนกลุ่มลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม
        กองประชาสัมพันธ์ และสำนักงานประปาปทุมธานี - รังสิต จัดทีมงานการตลาดไปพบลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม ที่โรงงานตั้งอยู่ในเขตบริการประปาที่ยังไม่ขอใช้น้ำประปาจำนวน 28 ราย โดยจัดทำหนังสือเชิญชวน พร้อมทั้งชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เพื่อให้ทราบถึงนโยบายของคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับ การรักษาสิ่งแวดล้อม ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแสดงความประสงค์ดังนี้
        • มีความประสงค์ต้องการใช้น้ำประปาจำนวน 21 ราย
        • ไม่ต้องการใช้น้ำประปา จำนวน 3 ราย
        • ไม่สามารถให้คำตอบได้ ขึ้นอยู่กับนโยบายของบริษัทฯ จำนวน 4 ราย
      • การประชุมชี้แจงอัตราค่าน้ำประปา
        กปภ. ได้จัดให้มีการประชุมชี้แจงผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ตามกำหนดของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งได้ดำเนินการมาก่อนเปิดดำเนินกิจการ และรวมทั้งการประชุมชี้แจงภายหลังจากเปิดดำเนินกิจการแล้วรวม 4 ครั้ง (ตามเอกสารแนบ 7) และรวมถึงได้ไปร่วมประชุมหารือชี้แจงในการประชุมตามที่กรมทรัพยากรธรณีจัดขึ้นด้วย
        สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้ขอให้ กปภ. ได้ประชุมชี้แจงครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2542 ณ ห้องประชุม กปภ.
        โดยสรุปผลการประชุมหารือสภาอุตสาหกรรมรับทราบคำชี้แจงของ กปภ. ทั้งในประเด็นของอัตรา ค่าน้ำประปา และการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม จากการใช้น้ำใต้ดิน สภาอุตสาหกรรมชี้แจงยืนยันถึงผลกระทบต่อสภาวะต้นทุนการผลิตสินค้าที่สูงขึ้น จากการใช้น้ำประปา
      • การปรับลดอัตราค่าน้ำประปา
        กปภ. พิจารณาปรับลดอัตราค่าน้ำกลุ่มผู้ใช้น้ำรายใหญ่จังหวัดปทุมธานี เพื่อจูงใจให้ผู้ใช้น้ำรายใหญ่หันมาใช้น้ำประปาแทนน้ำใต้ดิน ปรากฎว่าการปรับลดค่าน้ำประปา ครั้งแรกยังไม่ก่อให้เกิดแรงจูงใจ จึงได้พิจารณาปรับลดค่าน้ำประปาและค่าติดตั้งครั้งที่ 2
        - การปรับลดค่าน้ำประปา ครั้งที่ 2 ตามมติคณะกรรมการ กปภ. ในการประชุมครั้งที่ 2/2542 เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2542 เรื่องการลดราคาจำหน่าย น้ำประปาให้แก่ผู้ใช้น้ำรายใหญ่ในจังหวัดปทุมธานี ดังนี้
        ผู้ใช้น้ำรายใหญ่ที่ซื้อน้ำประปาเพื่อนำไปใช้ในกิจการของตนเองและ/หรือ เพื่อนำไปจำหน่ายต่อ โดยทำสัญญาประกันการใช้น้ำขั้นต่ำ (ลบ.ม./เดือน)
        1. ตั้งแต่ 15,000 - 29,999 ลบ.ม./เดือน ส่วนลด 5%
        2. ตั้งแต่ 30,000 - 59,999 ลบ.ม./เดือน ส่วนลด 10%
        3. ตั้งแต่ 60,000 - 149,999 ลบ.ม./เดือน ส่วนลด 15%
        4. ตั้งแต่ 150,000 ขึ้นไป ลบ.ม./เดือน ส่วนลด 20%
        5. และถ้ามีการใช้น้ำตั้งแต 450,000 ลบ.ม./เดือนขึ้นไป ในปีที่ 1 และปีที่ 2 ให้ใช้อัตราค่าน้ำเฉลี่ย ลบ.ม.ละ 16 บาท และ 15 บาท ตามลำดับ ระยะเวลาตั้งแต่ทำสัญญาประกันการซื้อน้ำประปาขั้นต่ำ จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2543
          มาตรการจูงใจลดราคาค่าน้ำประปาและค่าติดตั้งต่อท่อ สำนักงานประปาปทุมธานี - รังสิต ได้แจ้งให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทราบทั่วกันแล้ว
      • การก่อสร้างวางท่อระบบจ่ายน้ำ
        กปภ. ได้จัดสรรงบประมาณปี 2542 วงเงิน 420 ล้านบาท สำหรับงานปรับปรุงวางท่อจ่ายน้ำเพิ่มเติม ให้สามารถจ่ายน้ำประปาให้ผู้ใช้น้ำอย่างทั่วถึง เพื่อยกเลิกการสูบน้ำใต้ดินทั้งหมดของ กปภ. ตามมติคณะรัฐมนตรี
        งานปรับปรุงวางท่อฯ งบประมาณของ กปภ. วงเงิน 420 ล้านบาท สายงานวิชาการได้สำรวจ ออกแบบ แล้วเสร็จ คือ เส้นทาง 16,16a,39,10a,10b,11,50 ท่อจ่ายน้ำบริเวณรอบโรงผลิตน้ำ และเส้นทาง 36 รวมวงเงินประมาณ 334 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการจ้าง คาดว่างาน ก่อสร้างระบบท่อจ่ายน้ำจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2543
        กปภ. ได้จัดสรรงบประมาณบางส่วน ประมาณ 50.4 ล้านบาท ให้สำนักงานประปาเขต 3 ราชบุรี ปรับปรุงเส้นท่อเพื่อแก้ปัญหาระบบท่อจ่ายน้ำ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2542
      • การเพิ่มผู้ใช้น้ำในกลุ่มผู้อยู่อาศัย
        กลุ่มบ้านพักอาศัยที่เป็นหมู่บ้านจัดสรรที่ยังไม่ได้ใช้น้ำประปา ปัจจุบันใช้น้ำจากแหล่งน้ำใต้ดิน โดยได้รับอนุญาตใช้น้ำใต้ดินจากกรมทรัพยากรธรณี เป็นจำนวนมาก กปภ. จะพิจารณารับโอน เพื่อให้ใช้น้ำประปาโดยจะประสานกับโครงการหมู่บ้านจัดสรร กปภ. ต้องใช้งบประมาณเพื่อลงทุนปรับปรุงวางท่อ การเพิ่มผู้ใช้น้ำ กลุ่มบ้านพักอาศัย กรณีรับโอนดังกล่าวจะทำให้น้ำประปาสูญหายมากขึ้น เนื่องจากสภาพท่อเดิมเสื่อมคุณภาพ การรั่วไหลเสียหายจะสูงมาก
      • การส่งน้ำไปจำหน่ายในพื้นที่สำนักงานประปาพระนครศรีอยุธยา
        สำนักงานประปาพระนครศรีอยุธยา หน่วยบริการประตูน้ำพระอินทร์ พื้นที่บริการอยู่ด้านทิศเหนือของสำนักงานประปารังสิต ท่อจ่ายน้ำของสำนักงานประปาพระนครศรีอยุธยา สามารถประสานกับท่อของสำนักงานประปารังสิต รับน้ำประปาไปจำหน่ายให้ผู้ใช้น้ำได้
        สำนักงานประปารังสิต ได้บันทึกรายงานขออนุมัติจ่ายน้ำประปาเข้าไปในเขตพื้นที่สำนักงานประปาพระนครศรีอยุธยา ประสานท่อติดตั้งอุปกรณ์ลดแรงดัน และติดตั้งมาตรวัดน้ำหลัก ค่าใช้จ่ายประมาณ 857,000 บาท สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน กปภ. ได้จัดสรรงบประมาณให้เรียบร้อยแล้ว
        เมื่อสำนักงานประปารังสิตประสานท่อจ่ายน้ำแล้วเสร็จจะจำหน่ายน้ำได้เพิ่มขึ้นประมาณ 6,000 - 8,000 ลบ.ม./วัน ประชาชนผู้ใชน้ำในพื้นที่เขต บริการประตูน้ำพระอินทร์จะได้รับน้ำประปาจากสำนักงานประปารังสิตที่มีคุณภาพดีได้มาตรฐาน เชื่อว่าจะเป็นที่พึงพอใจกับคุณภาพ ปริมาณแรงดันน้ำ สำนักงานประปาพระนครศรีอยุธยา หน่วยบริการประตูน้ำพระอินทร์จะงดการสูบน้ำจากแหล่งน้ำใต้ดิน
      • การลดน้ำสูญเสีย
        กปภ. ได้เรงรัดแก้ปัญหาน้ำสูญเสียให้ลดลงอยู่ในระดับที่ไม่เกินร้อยละ 25% ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก จึงได้จัดทำโครงการจ้างเอกชน ดำเนินการลดน้ำสูญเสีย มีรายละเอียดหลักการจ้างประกอบด้วย
        1. เป้าหมาย
        2. ผู้รับจ้างจะต้องดำเนินการบริหารและจัดการลดน้ำสูญเสียของสำนักงานประปาปทุมธานี - รังสิต เพื่อลดน้ำสูญเสียให้ได้ตามเป้าหมายดังนี้
          ขั้นตอนที่ 1 ลดน้ำสูญเสียให้ได้ไม่เกิน 30% ภายในเวลา 30 เดือน นับแต่วันเริ่มงาน
          ขั้นตอนที่ 2 ลดน้ำสูญเสียให้ได้ไม่เกิน 25% ภายในเวลา 60 เดือน นับแต่วันเริ่มงาน
          รวมระยะเวลา 60 เดือน (5ปี)
        3. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโครงการ
          -ค่าใช้จ่ายในส่วนที่เบิกคืนได้ (REIMBUSEABLE) เป็นเงิน 515 ล้านบาท
          -ค่าบริหารจัดการ
          1. ขั้นตอนที่ 1 (ลดน้ำสูญเสียได้ 30%) เป็นเงิน 200 ล้านบาท
          2. ขั้นตอนที่ 2 (ลดน้ำสูญเสียได้ 25%) เป็นเงิน 260 ล้านบาท
          3. รวมค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการ 975 ล้านบาท
          4. ร่างสัญญาจ้าง กปภ. ได้จัดส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาตรวจสอบให้ความเห็นชอบแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนขอความเห็นชอบจาก สภาพัฒนฯ ขอเปลี่ยนแปลงงบลงทุนฯคาดว่าจะได้รับความเห็นชอบในเร็ววันนี้ ถ้าขั้นตอนเป็นไปตามที่คาดหมาย กปภ. จะสามารถลงนามในสัญญาจ้างประมาณเดือนพฤษภาคม 2542 ผู้รับจ้างจะลงมือทำงานภายใน 3 เดือน หลังจากลงนามในสัญญา
      • มาตรการตามกฎหมาย
        มาตรการแก้ไขปัญหาวิกฤตการณ์น้ำบาดาล และปัญหาแผ่นดินทรุด ซึ่งกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. น้ำบาดาล พ.ศ.2520 และ พ.ร.บ.น้ำบาดาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 จำเป็นต้องนำมาใช้บังคับอย่างจริงจัง ดังต่อไปนี้
        1. ประกาศเขตห้ามสูบน้ำบาดาล พื้นที่จังหวัดปทุมธานี กรมทรัพยากรธรณีประกาศเป็นเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล อันดับ 1
          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยคำแนะนำของคณะกรรมการน้ำบาดาล มีอำนาจกำหนดเขตท้องที่ จ.ปทุมธานี เป็นเขตห้ามสูบน้ำบาดาล โดยประกาศในราชกิจจนุเบกษา (มาตรา 5) เฉพาะเขตพื้นที่ที่ กปภ. สามารถให้บริการน้ำประปาได้ ตามแผนที่เขตบริการน้ำประปาจังหวัดปทุมธานี
        2. การเพิกถอนใบอนุญาต อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี มีอำนาจเพิกถอนใบอนุญาต (ตามมาตรา 33) ถ้าปรากฎว่า การปฎิบัติให้เป็นไปตามใบอนุญาตอาจเกิด ความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติ หรือทำให้สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ฯลฯ
        3. การปรับอัตราค่าใช้น้ำบาดาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยคำแนะนำของคณะกรรมการน้ำบาดาล มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าใช้น้ำบาดาลในท้องที่จังหวัดปทุมธานี (เฉพาะท้องที่ กปภ.ให้บริการน้ำประปาอย่างเพียงพอ) ไม่เกินอัตราสูงสุดของค่าน้ำประปาในจังหวัดปทุมธานี
        กปภ. ได้เร่งรัดดำเนินการตามมติ คณะรัฐมานตรี ขยายเขตบริการน้ำประปาในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี เพื่อลดการใช้น้ำใต้ดินจากบ่อบาดาล เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นทรัพยากรของประชาชนทุกคน โดยให้สัมปทานเอกชนผลิตจำหน่ายน้ำประปาจากแหล่งน้ำผิวดินทดแทนการใช้น้ำบาดาล กรมทรัพยากรธรณี รัฐมานตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นเจ้าพนักงานตาม พรบ.น้ำบาดาล พ.ศ.2520 เป็นหน่วยงานหลัก ในการนำไปปฎิบัติให้เกิดผล ควรใช้ความพยายามชี้แจงทำ ความเข้าใจกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ให้มีจิตสำนึกเกี่ยวกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ตามมติคณะรัฐมนตรี เพื่อให้งด/ยกเลิกใช้น้ำใต้ดิน
เลื่อนขึ้นข้างบน